มีความคิดที่อยากจะเป็น Digital Nomad อย่างจริงจัง
11:54 PMDigital Nomad คืออะไร ?
ในความคิดของผมนั้นมันเป็น Lifestyle อย่างนึงที่โคตรจะคูลเลย เพราะอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ มันคล้ายๆกับ Freelancer นะแต่แตกต่างกันตรงที่การจ้างงานนั้นมันสามารถเป็นระยะยาว ระยะสั้นตามโปรเจคที่กำหนด ถ้าทำงานจบแล้วก็ไม่ได้จบเลยนะ มีการจ้างต่อทำนู้นทำนี่ ถ้าเป็น Freelance นั้นความรู้สึกคือ งานจบก็จบ หรือถ้ามีตัวทำงานแทนก็เป็นตัวเลือกของเค้าไป หลายคนว่าไม่ต่าง แต่มันมีเส้นบางๆขั้นอยู่
แล้วที่ทำอยู่นี่มันไม่ใช่หรอ ?
เออว่ะ เอาจริงๆคือที่ทำอยู่ทุกวันนี้มันก็ใช่อ่ะนะ เพียงแต่เรายึดติดในส่วนของเรื่องที่อยู่ เรายังต้องการที่พักอาศัยที่เป็นของเรา จะทำอะไรยังไงกับมันก็ได้ แต่ถ้าเราออกไปใช้ชีวิตข้างนอกล่ะ มันก็ต้องพะวงเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ ปัญหาตรงนี้จะไม่เกิดถ้าคุณมีนิสัยอย่างนึงที่เรียกว่า "รวย" ครับ 555
อีกอย่างที่ทำให้ผมก้าวข้ามผ่านกรอบงานของตัวเองออกไปไม่ได้คือความเสี่ยงในงานของผมมันมีมากเกินไปที่จะการันตีอนาคตในระยะยาว เพราะจากแสนเป็น 0 ก็เจอกันบ่อยๆ ฉะนั้นหากมีรายได้แบบสูงๆขึ้นมาอีกครั้งผมจะไม่ประมาทในการใช้ชีวิตเลยทีเดียว
แล้วงานสำหรับ Digital Nomad มันมีอะไรที่ทำได้บ้าง
1.Photography
สำหรับผมแล้วสิ่งที่ผมทำได้ดีที่สุดก็คิดว่าจะเป็นการถ่ายรูป (Photography) นี่แหละครับ มันเป็นสิ่งที่ทำแล้วสนุก แต่นั่นมันต้องเป็นงานที่ผมคุมได้ด้วยนะ แบบโยนงานมาแล้วบอกว่าเอาตาม style ที่เราถ่ายเลย อันนี้คือจะมีความสุขมาก ถ่ายในแบบของเราและได้เงินด้วย ว่าแต่ผมเป็นใครล่ะครับ ใครเค้าจะชอบงานของผมขนาดนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นที่รู้จักนั่นแหละ นอกนั้นก็แทบจะไม่มีเลย ตอนนี้ถือว่าเป็นมือเกือบใหม่เลยดีกว่า ค่อยๆสร้างพอร์ทละกัน
2.Adobe Photoshop / Lightroom / illustrator
ต่อมาคือ Adobe Photoshop / Lightroom / illustrator อันนี้ทำเป็นเพราะว่าต้องแต่งรูปนิดหน่อยและการทำ icon / screenshot application ต้องการส่วนนี้เป็นอย่างมาก ตำแหน่งหลักปัจจุบันก็เป็นตำแหน่งนี้ของทีมอยู่
3.Videography / Adobe Premiere pro / After Effect
Adobe Premiere pro / After Effect โปรแกรมนี้ทำเป็นเพราะต้องตัดต่อคลิป video ตอนที่ทำ Youtube ช่อง อีฟing หรือ Eveing นั่นแหละ
แล้วก็มีช่องของแม่ด้วยชื่อช่องว่า คุณนาย ยุพิน
4.Web Designer / Web Developer / Coding
ข้อนี้ถือเป็นน้ำจิ้มละกัน คือทำได้แต่ไม่ถึงกับโปรมาก เป็นงานแรกที่ผมจับเลยก็ว่าได้กับการปั่นเว็บ เขียน php ฟังชั่นง่ายๆไม่ซับซ้อน แบบนี้ก็ทำได้เช่นกัน ถ้าเป็นเว็บไซต์ที่เน้นการพรีเซ้นมากกว่าฟังชั่นการทำงานบอกเลยว่าถนัดครับ
และนี่คือสิ่งที่ผมสามารถทำได้ ทำได้ออกมาเป็นอาชีพ มาคิดดูคือแบบอะไรวะ ก๊อกแก๊กชะมัดเลยไผ่ แกทำได้แค่นี้อะหรอ แต่เอาจริงๆครับ ทำได้แค่นี้ก็จับเงินแสนได้นะจ๊ะ มันอยู่ที่ใครจะสร้างสรรสิ่งที่ตัวเองทำออกมาได้มากน้อยเท่าไหนนั่นล่ะครับ
วันนี้ผมอ่านบทความนึงที่เขียนเกี่ยวกับ Digital Nomad ที่เป็นคนไทยนี่แหละเออเจ๋งดีเลยเกิดความคิดที่จะลองทำมันขึ้นมา ผมก็เลยไปสมัครเว็บที่ทุกคนรู้จักกันอยู่แล้วนั่นคือ Upwork.com เว็บนี้เป็นศูนย์รวมเหล่า Freelancer และ Company หรือผู้จ้างงานทั้งเล็ก ใหญ่รวมกันไว้ที่นี่หมด มาจากทั่วโลกเลยก็ว่าได้
นั่นหมายความว่าเราสามารถเจอความต้องการในการจ้างงานเต็มไปหมด เห้ยมันมีงานเต็มไปหมด ใครว่างานหายาก นั่นผมว่าคุณไม่ได้ตั้งใจจะหามันจริงๆมากกว่าครับ
จากภาพจะเห็นได้ว่าผมค้นหาคำว่า Screenshot application มีตั้ง 109 งานให้ผมเลือกทำ ผมลองหาคำว่า photography นี่หลักพันครับ ลอง Photoshop เข้าไปก็ 7700 กว่างาน คือมีงานที่เยอะล้นฟ้าให้ทำละล่ะครับ เริ่มมองถึงความมั่นคงในอนาคตกันมั้ย ? งานที่เราจะเลือกเข้าประจำก็ได้หรือว่าไม่เข้าประจำก็ได้ ทำเมื่อไหร่ก็ได้ และทำกี่งานก็ได้ ส่วนค่าตอบแทนนั้นมี 2 แบบคือการคิดเป็นเรทชั่วโมงครับ อันนี้แล้วแต่เราจะตั้งเลย เค้าจะให้กรอกในใบสมัครงาน ผมคิดเริ่มต้นไป 20$ ต่อชั่วโมง ต้นทุนเวลาของผมก็ประมาณนี้ แต่การทำงานจริงๆนั้นยังไม่ทราบได้ว่ามันคิดยังไง ถ้าเราดึงเวลาในการทำงานล่ะ เล่นตุกติกล่ะ จะเป็นยังไงอันนี้ก็ต้องลองทำดูก่อน อีกแบบก็คือแบบ Fixed price หรือการตั้งราคาออกมาเลยว่าโปรเจคนี้จะคิดราคาเท่าไหร่เราก็สามารถรู้ได้เลยครับ
***เงื่อนไขของ upwork คือเค้าจะหักเรา 20% เลยครับอย่างเราได้ชั่วโมงละ 20 ก็จะเหลือ 16$ ทันที แต่ผมคิดว่ามันก็โอเคนะสำหรับเริ่มแรกๆ
อะพอสมัครเสร็จแล้วผมก็เริ่มล่างานละล่ะครับ ผมได้ติดต่อเข้าไปเจ้านึง เป็นชาวอินเดียที่กำลังหาคนทำกราฟฟิกเพื่อโพสโฆษณาการท่องเที่ยวใน facebook ครับกดสมัครไปก็ถูกหักค่าติดต่อไป 2 คะแนน คือเค้าจะมีให้เรา 60 คะแนนต่อ 1 เดือน ถ้าอยากได้เพิ่มก็ต้องจ่ายเงินเป็นรายเดือนไปครับ 10$ เท่านั้น เอาจริงๆแล้วมันถูกมาก แต่เราเพิ่งเริ่มต้นก็ลองไปก่อนว่าจะเป็นยังไง ผมติดต่อเข้าไปว่า
ด้วยความเก่งภาษาอังกฤษของผมก็ส่งเข้าไปตรงๆนั่นแหละครับ โม้เข้าไป ฮ่าๆ ผมคิดว่าผมอาจจะได้งานนี้แน่ๆ เพราะเค้าตั้งราคาแบบถูกมาก่อนเลย คือใครให้เค้าถูกเค้าก็เอาครับ แต่ปรากฎว่าฝั่งอินเดียเค้าตอบมาแบบนี้
เค้าขอดูพอร์ทของผม !!! นั่นคือสิ่งที่ผมลืมไปเลยว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำงานแบบ Freelance เอ๊ะหรือมันเป็นปกติที่ทุกคนจะต้องมีแหล่งที่เก็บผลงานของตัวเองอยู่แล้ว พลาดล่ะสิครับงานนี้ ไม่มีพอร์ทจะทำยังไงกับเค้าดี เสียคะแนนติดต่อไปแล้ว 2 คะแนนด้วยสิ ยังไงดี และตอนที่เขียน blog นี้ก็ยังไม่ได้ตอบเค้าไปนะครับ สิ่งที่คิดได้คือต้องมานั่งใล่ทำพอร์ทของตัวเองขึ้นมาบ้างละล่ะ ชีวิตนี้ทำอะไรไว้ให้น่าจดจำบ้าง อือ ทำให้มันดูดีไปเลย อยากจะเปลี่ยน server เหมือนกันนะเนี่ยแต่ก็เขียนใน blog spot ไปเยอะแล้วจะย้ายฐานข้อมูลก็กลัวนู้นกลัวนี่หายอีก เอาไว้เป็นงานของ google ไปละกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลากับ hosting อีกอะไรอีก
เอาล่ะครับมาถึงตอนท้ายแล้ว ผมกำลังคิดอยู่ว่าผมต้องทำพอร์ทขึ้นมายังไงอาจจะเป็น category หนึ่งใน blog นี้แบบรวบรวม link ที่ทำไว้เป็นส่วนๆ
- video editing
- photography
- icon graphic
- screenshot
- photoshop
- illustrator
- lightroom
- premiere pro
- after effect
อืมคิดว่าแค่นี้ก็น่าจะพอแต่งานนั้นรวบรวมได้แค่ไหนก็แค่นั้นละกัน ทำใหม่เอาจะง่ายกว่า ปัญหานิดๆหน่อยๆพวกความลับของ icon/ss มันไม่สามารถเผยแพร่ได้ ก็ทำใหม่ขึ้นมาเลยละกัน
อืมมม ไว้เดี๋ยวมาอัพเดทนะครับว่าเป็นอย่างไรเกี่ยวกับงานใหม่ที่จะทำขึ้นมานี้ แล้วพบกันครับ






0 comments