ความหมายคำว่า ประสบความสำเร็จ ในมุมของผม
12:29 PMอะไรคือความสำเร็จ ?
มันคือจุดมุ่งหมาย วัตถุประสงค์ สิ่งที่ตั้งใจ ตั้งเป้าไว้ตั้งแต่ตอนแรกครับ ว่าเราจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ได้ภายในเวลาเท่านั้นเท่านี้ นี่แหละครับที่ผมเรียกมันว่าความสำเร็จ
จริงๆแล้วการประสบความสำเร็จนี้มันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องยิ่งใหญ่ก็ได้ครับ มันอาจจะเป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆในแต่ละวันที่เราดำเนินชีวิตอยู่ คำนี้ฟังแล้วมันดูยากๆ ฟังแล้วรู้สึกว่ามันต้องใช้เวลานาน กว่าจะได้รับรู้ถึงความรู้สึกใช่มั้ยครับ จริงๆแล้วไม่เลย อย่างที่กล่าวคือมันเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเอง
มันเล็กน้อยยังไง ?
นึกภาพตามนะครับ
ข้าวมื้อต่อไปคุณอยากกินอะไร ?
อะผมตอบว่า ข้าวมันไก่
และมื้อต่อไปผมก็ลงไปกินข้าวมันไก่
แค่นี้ก็เรียกว่าประสบความสำเร็จแล้วครับประเด็นคือ เราตั้งใจ และเราทำได้ นี่แหละครับที่เรียกว่าประสบความสำเร็จ เห้ยมันเล็กน้อยจริงๆ
กลไกของคำว่า "ประสบความสำเร็จ"
ผมสรุปเลยละกันครับว่ากลไกการทำงานของคำว่า "ประสบความสำเร็จ" มันแบ่งออกเป็น 2 อย่างคือ
สิ่งที่เป็นจุดประสงค์ของเรา และ เราทำมันให้เกิดขึ้นได้ด้วยตัวของเราเอง
มีแค่นี้จริงๆครับคำนี้
พูดเนี่ยง่ายเหลือเกินแต่ทำจริงๆแล้วมันไม่ง่ายน่ะสิครับ ด้วยระบบความคิด วัฒนธรรม สังคมต่างๆ มันบังคับเราให้คิดว่า ต้องทำแบบนั้น ต้องมีแบบนี้ถึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จในชีวิต มีเงินรวยล้นฟ้า มีบ้านหลังใหญ่ มีรถ มีครอบครัว อะไรพวกนี้ผมก็ไม่เถียงนะครับที่เค้าจะเรียกว่าประสบความสำเร็จได้ แต่....จะทำยังไงให้มันดูง่ายล่ะ หรือฟังแล้วโอเคมันน่าจะเป็นไปได้ล่ะ
สิ่งที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ
1. อย่างแรกครับคือ ตั้งเป้า ตั้งจุดประสงค์ ของเราก่อนเลยครับว่าเราต้องการอะไร ชีวิตเราจะเดินไปทางไหน ง่ายสุดเลยผมคิดแบบนี้ครับ
"ผมจะทำอะไรในตอนแก่และผมจะตายยังไง"
ผมอยากมีเงินมากพอจากการถ่ายรูป "มีเวลา"ท่องเที่ยวถ่ายรูปผู้คนมากมาย และผมตายโดยที่มีลูกๆหลานๆล้อมรอบเตียงของผมร้องไห้เล็กน้อยแต่ก็ไม่นาน เพราะผมคิดว่าผมคงสอนอะไรพวกเค้าไว้เยอะ
อะข้างบนเป็นการตั้งเป้าหมายง่ายๆในชีวิตของผมแล้วครับ ว่าชีวิตผมเนี่ยจะไปในจุดไหน และจบยังไง
2. ซอยเป้าให้ย่อยที่สุดเท่าที่จะย่อยได้ครับ ตรงนี้แต่ละคนจะไม่เหมือนกันเพราะศักยภาพแต่ละคนเราไม่เหมือนกัน อย่างผมก็มานั่งลิสครับว่าจะทำยังไง ให้ชีวิตเราไปในทางที่เราต้องการได้
- อะไรที่ถ่ายรูปแล้วได้เงินบ้าง
- ฝีมือการถ่ายรูปไปถึงไหนแล้ว
- สภาพคล่องการเงินตอนนี้เป็นยังไง
- นู้นนี่นั่น อีกมากมายลิสๆมันออกมาให้หมด
3. จากนั้นนั่งใล่ตอบคำถามตัวเองครับแล้วเราจะเริ่มเห็นละว่าถึงจุดนี้เราต้องทำอะไร อย่างไร ระหว่างนั้นเราก็ซอยย่อยได้อีกครับ
- ศึกษาเรื่องการถ่ายรูปวันละ 1 เรื่อง
- วิ่งวันละ 40 นาที เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง
- ทำงานให้ได้มากกว่าปกติ 10-20%
- อื่นๆคิดเอาเอง
ตั้งแล้วก็ทำตามเหมือนเดิมครับ จริงๆแล้วเราเอาเวลาที่เรามานั่งไถโทรศัพท์เนี่ยมาไถสมองของเราดีกว่าครับ
ปกติผมตื่น 7.30 ละจะนอนไถโทรศัพท์ทุกเช้าเลย กว่าจะลุกก็ 8.00-8.30 ผมก็เลยคิดว่าเอาเวลาไถโทรศัพท์เนี่ยไปวิ่งดีกว่ามั้ยมันน่าจะมีประโยชน์มากกว่านะ น้ำหนักก็ถึงขีดจำกัดแล้วด้วย(ผมเริ่มวิ่งได้ 3 อาทิตย์ครับสตาร์ทที่ 86.4 KG!! ) จากนั้นก็เริ่มวิ่งเลยครับ คิดได้ก็ทำเลย พยายามเอาชนะความขี้เกียจของตัวเองให้ได้ครับแรกๆอาจจะยากหน่อยแต่ถ้าทำได้มันจะเป็นผลดีกับเราครับ
4.ทริกเล็กๆสำหรับการเอาชนะความขี้เกียจ
ผมเคยอ่านหรือเคยได้ยินมาว่า การทำสิ่งที่เราทำได้แต่ไม่ค่อยอยากทำเท่าไหร่หรือเรียกง่ายๆว่าขี้เกียจเราจะทำให้มันเสร็จได้อย่างไร เริ่มจากการลงมือทำมันก่อน 15 นาทีครับ ทำไปก่อนนิดๆหน่อยๆก็ทำไปก่อนจะจับเวลาเลยก็ได้ตามใจครับ สิ่งที่ผมได้จากการทดลองนี้คือ เห้ยงานมันเสร็จนะ คือผ่านไป 15 นาทีแล้วงานมันก็ลื่นละเข้าระบบที่เราเคยทำมาก็แค่อยู่กับมันอีกนิดนึงก็เสร็จแล้วเนี่ยหลังจากนั้นเราจะไปทำอะไรก็ทำ
อีกLevelนึงของการเอาชนะความขี้เกียจนี้ก็คือทำติดต่อกัน 21 วันครับ อันนี้ก็ได้ฟังได้อ่านมาเหมือนกันว่าหากเราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นประจำให้ได้ครบ 21 วันแล้วล่ะก็มันจะกลายเป็นนิสัยของเราได้ครับ ลองทำกันดูครับแล้วจะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่เราต้องทำไปซะแล้ว
ทั้งหมดนี้มันคือวิธีการที่ผมจะไปถึงจุดหมายของผมได้ครับและผมมั่นใจว่าทุกคนก็สามารถทำได้ครับ
การประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ มันเกิดจากการประสบความสำเร็จในเรื่องเล็กน้อยมาผสมกันครับ พอมากขึ้นๆมันก็จะกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เอง
และไม่มีใครสะดุดภูเขาล้มกันนะครับ เค้ามีแต่สะดุดก้อนหินเล็กๆทั้งนั้น อย่ามองข้ามปัญหาเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นครับ แก้ได้ให้แก้เลยอย่าสะสมเป็นดินพอกหางหมู ลงมือมุ่งมั่นและศรัทธาในตัวเองทำมันให้ได้ครับ
...............................
โพสนี้เกิดจากผมวิ่งเกินลิมิตตัวเองในตอนเช้าครับผมคิดว่าผมประสบความสำเร็จแล้วและก็อยากจะเล่าให้เพื่อนๆฟังน่ะครับ มันก็ยาวยืดมาแบบนี้ได้ไงผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ เพียงแค่อยากแชร์ความคิดเท่านั้นเอง เพื่อนๆคนไหนมีความเห็นอะไรยังไง คอมเม้นได้เลยครับ หรือถ้าจะแชร์ก็ไม่ว่าอะไรนะครับ :)


0 comments